DTN Name

A- A A+

Th EN

FTA TTP

09-03-2559

Tpp01

ความตกลง
ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership) หรือ TPP มีจุดเริ่มต้นมาจากข้อเสนอของสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ๒๕๔๑ ที่ต้องการให้มีการเปิดเสรีการค้า (FTA) ระหว่างประเทศสมาชิกในกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC)

ประเทศสมาชิก
- ปัจจุบัน มีสมาชิกรวม 12 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ ชิลี เปรู ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย เวียดนาม) แคนาดา เม็กซิโก และญี่ปุ่น (เป็นสมาชิกอาเซียน 4 ได้แก่ สิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย และเวียดนาม ทั้งนี้ ความตกลง TPP จะเป็นต้นแบบสำหรับการเจรจาทำความตกลงเปิดเสรีทางเศรษฐกิจการค้าในกลุ่มเอเปค (Free Trade Area of the Asia Pacific: FTAAP) ที่จะมีขึ้นในปี 2563
 
ประเทศที่สนใจจะเข้าร่วมกับ TPP
- ขณะนี้ ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ ได้แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมการหารือ TPP
 
ประโยชน์จากการเข้าร่วมเจรจา TPP
- ไทยทำการค้ากับสมาชิก TPP 12 ประเทศมีมูลค่าสูง เป็นสัดส่วนร้อยละ 39.13 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของไทย โดยปี 2555 การค้าระหว่างไทย-ประเทศสมาชิก TPP มีมูลค่ารวม 186,678 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไทยส่งออก 91,459 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 39.85 ของการส่งออกสินค้าไทยไปตลาดโลก ทั้งนี้ คู่ค้าสำคัญของไทยในกลุ่ม TPP ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ มาเลเซีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และเวียดนาม - การเข้าร่วม TPP จะทำให้สินค้าส่งออกของไทยได้รับสิทธิพิเศษภาษีนำเข้าเป็นศูนย์เป็นการถาวรในตลาดสหรัฐฯ โดยไม่ต้องพึ่งพาสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ของสหรัฐฯ ที่ให้สิทธิเป็นการชั่วคราว และไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการค้าต่างๆ อีกต่อไป ทั้งนี้ ปัจจุบัน ไทยพึ่งพาสิทธิพิเศษ GSP ของสหรัฐฯ ปีละ ประมาณ 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณร้อยละ 17 ของการส่งออกรวมไปสหรัฐฯ โดยไทยเป็นผู้ใช้สิทธิ GSP สหรัฐฯ มากเป็นที่ 2 รองจากอินเดีย จึงเป็นสาเหตุทำให้สหรัฐฯ มีนโยบายที่จะค่อยๆ ลดสิทธิ GSP ที่ให้แก่ไทย สินค้าส่งออกของไทยที่มีการใช้สิทธิ GSP สูง ได้แก่ ถุงมือยาง อาหารปรุงแต่ง เครื่องปรับอากาศ เครื่องประดับเงิน เป็นต้น - จากผลการศึกษาแนวการเจรจาและผลกระทบจากการจัดทำความตกลง TPP พบว่า อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไทยจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.54 - หาก TPP มีผลบังคับใช้ จะทำให้สมาชิกทั้ง 12 ประเทศจะเร่งใช้สิทธิประโยชน์จาก TPP ทำให้การค้าและการลงทุนระหว่างกัน ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ การเข้าร่วมเจรจา TPP จะช่วยรักษาและการดึงดูดการค้า การลงทุนจากประเทศสมาชิก TPP และหากไทยไม่เข้าร่วมการเจรจาฯ สินค้าของไทยจะเสียเปรียบการแข่งขันในตลาด TPP กับประเทศสมาชิก TPP
 
สถานะล่าสุด
ไทยแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วม TPP
- นายกรัฐมนตรีไทย (นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ได้แถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (นายบารัก โอบามา) เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ณ ทำเนียบรัฐบาลว่าประเทศไทยแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership) หรือ TPP ซึ่งขึ้นอยู่กับการดำเนินการตามกระบวนการภายในประเทศที่จำเป็นนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า หลังจากนี้ไป รัฐบาลไทยโดยกระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการศึกษาผลดีและผลกระทบต่อการเจรจา และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน รวมทั้งภาคประชาสังคม ก่อนเสนอกรอบเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ ตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ก่อนที่จะดำเนินการเข้าร่วมเจรจา TPP อย่างเป็นทางการต่อไป
 
การดำเนินการตามมาตรา 190
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการ ดังนี้
๑.การศึกษาวิจัย กรมฯ ได้จัดจ้างที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาเบื้องต้น “แนวทางการเจรจาและผลกระทบจากการจัดทำความตกลง TPP”
๒.การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ TPP ๑) การชี้แจงกรรมาธิการในรัฐสภา ๒) การบรรยายสร้างความเข้าใจในการประชุม และสัมมนาวิชาการ ๓) การประชุมรับฟังการบรรยายจากเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (United States Trade Representative: USTR) และผู้แทนหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่เจรจา TPP สรุปความคืบหน้าและ แนวทางการเจรจาความตกลง TPP ๔) การเชิญอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย (อดีตรองหัวหน้าคณะเจรจาออสเตรเลียใน TPP) บรรยายในหัวข้อ “ความตกลง TPP ในมุมมองของออเตรเลีย”
๓.การหารือรับฟังความเห็นกลุ่มย่อยและสัมมนาเวทีสาธารณะ.๑) การจัดประชุมหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาความตกลงการค้า เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2556  และการประชุมกลุ่มย่อยเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2556 โดยมี ดร. โอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทยเป็นประธาน หารือสินค้าและบริการที่จะได้รับผลกระทบจากการเข้าร่วม TPP ได้แก่ โคเนื้อ โคนม การศึกษา โทรคมนาคม บริการไปรษณีย์ พัสดุภัณฑ์ และจัดส่งด่วน ๒) การดำเนินการรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะต่อการเข้าร่วมความตกลง TPP โดยการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 8 กลุ่ม ได้แก่ (1) สินค้าประมงและผลิตภัณฑ์ (2) สินค้าธัญพืช ผัก ผลไม้ และพืชน้ำมัน (3) สินค้าปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์ อาหารสัตว์ (4) สินค้าอุตสาหกรรม (5) สินค้าอัญมณีเครื่องประดับ รองเท้า สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม (6) บริการและการลงทุน (7) ทรัพย์สินทางปัญญา (8) แรงงาน สิ่งแวดล้อม การจัดซื้อโดยรัฐ นโยบายการแข่งขันและรัฐวิสาหกิจ ระหว่างวันที่ 20 – 26 สิงหาคม 2556 ๔) การสัมมนาเวทีสาธารณะในภูมิภาคจำนวน 4 ภาค (เชียงใหม่ ชลบุรี สงขลา และอุดรธานี) ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม–10 กันยายน 2556 รวมทั้งจัดการสัมมนาเวทีสาธารณะในกรุงเทพฯ เพื่อรับฟังความคิดเห็นการเข้าร่วม TPP และกรอบการเจรจาในวันที่ 23 กันยายน 2556
๔.การจัดทำร่างกรอบการเจรจา จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือร่างกรอบการเจรจาแต่ละประเด็น เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2556 และกำหนดจะจัดการประชุมพิจารณาร่างกรอบเจรจาความตกลง TPP อีกครั้ง ในวันที่ 26 กันยายน 2556

จำนวนผู้เข้าชม :

3385