DTN Name

A- A A+

Th EN

APEC

03-10-2557

 ความตกลงภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค)

                 (Asia-Pacific Economic Cooperation: APEC)

ความเป็นมา

เอเปคจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.. 2532 โดยการริเริ่มของประเทศออสเตรเลีย เนื่องจากเห็นว่าภูมิภาคนี้ประกอบด้วยประเทศมหาอำนาจ

ทางเศรษฐกิจ และประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงที่สุดในโลก ถือเป็นตลาดใหญ่และมีศักยภาพในการขยายการค้าและ

การลงทุนระหว่างกัน เมื่อประกอบกับความยืดเยื้อของการเจรจาการค้าหลายฝ่ายรอบอุรุกวัยทำให้ประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะสหรัฐฯ

และออสเตรเลียซึ่งต้องพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศมาก ต้องการให้การเจรจารอบอุรุกวัยประสบผลสำเร็จโดยเร็วเพื่อให้การค้าของโลก

มีการเปิดเสรีมากยิ่งขึ้น  จึงต้องใช้การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการเปิดเสรี โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญข้อหนึ่ง

คือ เพื่อลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกให้แก่การค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิก โดยการรวมกลุ่มของ

เอเปคเป็นการรวมกลุ่มของเศรษฐกิจแบบ Non-binding ซึ่งจะแตกต่างจาก WTO คือ เป็นเวทีเพื่อการร่วมมือซึ่งความร่วมมือใด ๆ

ที่เกิดขึ้นจะกระทำบนพื้นฐานของฉันทามติและความสมัครใจ (Voluntary basis) ของสมาชิก

 

ประเทศสมาชิกเอเปค

ในปัจจุบันเอเปคมีสมาชิก 21 ประเทศ ประกอบด้วย

สหรัฐอเมริกา

แคนาดา

ญี่ปุ่น

เกาหลีใต้

สิงคโปร์

อินโดนีเซีย

มาเลเซีย

บรูไน

ฟิลิปปินส์

ไทย

ออสเตรเลีย

นิวซีแลนด์

จีน

จีนไทเป

ฮ่องกง

ปาปัวนิวกินี

เม็กซิโก

ชิลี

เปรู

เวียดนาม

รัสเซีย

 

เอเปคกับความร่วมมือทางด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

กลุ่มเอเปคมีพัฒนาการทางด้านความร่วมมือเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Government Procurement-GP) ดังต่อไปนี้

.. 1994 (.. 2537) ในการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ ที่เมืองโบกอร์ ประเทศอินโดนีเซีย ได้มีแถลงการณ์

โบกอร์ว่าด้วยเจตนารมณ์ร่วมของเอเปค (The Bogor Declaration of Common Resolve) กำหนดเป้าหมายของ

เอเปคที่จะมีการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนในภูมิภาคภายในปี ค.. 2010 (.. 2553) สำหรับประเทศพัฒนาแล้ว

และค.. 2020 (.. 2563)สำหรับประเทศกำลังพัฒนา โดยให้การดำเนินการของเอเปคประกอบด้วย การเปิดเสรีทางการค้า

และการลงทุน การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน และความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและวิชาการ(Economic and

Technical Cooperation – ECOTECH) .. 1995 (.. 2538) ในการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ 3

ที่นครโอซากาประเทศญี่ปุ่นได้มีการจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (The

Government Procurement Experts’ Group หรือ GPEG) ขึ้น และใน Osaka Action Agenda(OAA)

 

ได้ระบุให้สมาชิกในกลุ่มพัฒนาความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับนโยบายและกฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐสมาชิกในกลุ่มโดยมีวัตถุประสงค์

เพื่อการเปิดเสรีการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ

 

สาระสำคัญ

ในปี ค.. 1999 GPEG ได้จัดทำ Non-binding Principles (NBPs) on Government Procurement ขึ้นเพื่อเตรียม

ไปสู่การเปิดเสรีการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ โดยมีหลักการที่สำคัญ  พอสรุปได้ดังต่อไปนี้

1.ความโปร่งใส (Transparency) คือ ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องมีอย่างเพียงพอต่อการประกอบการตัดสินใจของ

ผู้ขาย(Sufficient),ในระยะเวลาที่เหมาะสม (timeliness),มีขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างที่เปิดเผยและยุติธรรมกับผู้ขายทุกราย

(availability),สามารถได้รับข้อมูลในราคาที่เหมาะสม (readily accessible medium at no or reasonable

cost),และข้อมูลมีการเปิดเผยอย่างโปร่งใส ถูกต้อง (consistency)

2.ความคุ้มค่า (Value for Money) ประกอบด้วย การเลือกวิธีจัดซื้อจัดจ้างที่เหมาะสม  และส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันกันระหว่างผู้ขาย

ให้มีการเสนอราคาและสินค้าที่ให้ความคุ้มค่าที่สุด  ในขณะที่กระบวนการคัดเลือกไม่ควรตัดสินจากปัจจัยทางด้านราคาเพียงอย่างเดียว

(ราคาต่ำสุดควรจะพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น คุณภาพของสินค้าหรือบริการ ความเชี่ยวชาญและความสามารถของผู้ขายหรือผู้ให้บริการฯ

โดยที่ความคุ้มค่าจะพิจารณาได้จากการเปรียบเทียบคุณสมบัติทุกด้านอย่างครบถ้วน และเป็นธรรม

3.การแข่งขันอย่างเปิดกว้างและมีประสิทธิผล (Open and Effective Competition)คือ การสนับสนุนให้มีการแข่งขันในการเสนอราคา

และข้อเสนอด้านอื่นๆ การเปิดเผยข้อมูลและขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส หลีกเลี่ยงการทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นทั้งแก่ผู้ซื้อ

และผู้ขาย ส่วนราชการในฐานะผู้ซื้อควรมีความรู้เกี่ยวกับสินค้าที่จะจัดซื้อเป็นอย่างดีเพื่อการคัดเลือกและการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ

4.การปฏิบัติอย่างเป็นธรรม (Fair Dealing)คือ การที่ผู้ซื้อจะปฏิบัติต่อผู้ขายทุกรายอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคกันทั้งหมด ใช้หลักเกณฑ์ใน

การตัดสินการคัดเลือกที่ได้ประกาศไว้แล้วอย่างตรงไปตรงมา ระบุวิธีการในการเจรจา ตลอดจนเงื่อนไขของการยกเลิกการประกวดราคาไว้อย่างชัดเจน

ในเอกสารประกวดราคา หากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักเกณฑ์จะต้องประกาศให้ผู้เสนอราคาทุกรายทราบโดยทั่วกันทันที

5.ความรับผิดชอบและกระบวนการที่เป็นธรรม (Accountability and Due Process) หน่วยงานและเจ้าหน้าที่จัดซื้อจัดจ้างจะต้องมีความ

รับผิดชอบและระมัดระวังต่อการกระทำของตน ทั้งในแง่ของความรับผิดชอบในหน้าที่ และความรับผิดชอบต่อการเป็นผู้มีอำนาจในการจัดซื้อจัดจ้าง

สามารถอธิบายและให้เหตุผลในการพิจารณาคัดเลือกได้อย่างโปร่งใส นอกจากนี้ควรจะกำหนดให้มีกระบวนการในการตรวจสอบ รวมทั้งการรับเรื่องร้องเรียน

หรืออุทธรณ์ได้

6.การไม่เลือกปฏิบัติ (Non-discrimination) การออกกฎระเบียบ ตลอดจนการปฏิบัติต่างๆ จะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงกฎหรือการ

กระทำที่อาจทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติได้ เช่น การกำหนดคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการ คุณสมบัติของผู้ขาย ขั้นตอนการพิจารณาผลการประกวดราคาต้อง

กระทำอย่างเปิดเผย โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

จำนวนผู้เข้าชม :

1313