DTN Name

A- A A+

Th EN

ผลการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 47

29-09-2558

 

ผลการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 47

 

นายธวัชชัย โสภาเสถียรพงศ์ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 47เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2558 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียว่าที่ประชุมได้หารือประเด็นสำคัญ เพื่อเร่งการดำเนินการสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 4เดือนข้างหน้า และการจัดทำวิสัยทัศน์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2025รวมทั้งการเตรียมการสำหรับการหารือกับประเทศคู่เจรจาในระหว่างวันที่ 23-25 สิงหาคม 2558  

 

         การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนในครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินการตามแผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  (AEC Blueprint) ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก โดยนับตั้งแต่ปี 2008 จนถึงเดือนกรกฎาคม 2558 อาเซียนดำเนินมาตรการที่มีความสำคัญลำดับสูงที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2558ได้ร้อยละ 91.5 โดยไทยดำเนินมาตรการดังกล่าวได้ร้อยละ 94.3 โดยมาตรการดังกล่าว เช่น การลดภาษีเป็นศูนย์ระหว่างกัน การทยอยลดข้อจำกัดในด้านการเข้าสู่ตลาดด้านบริการและการลงทุน การจัดทำแผนปฏิบัติการยุทธศาสตร์ SMEของอาเซียน การบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันของ 8 ประเทศสมาชิกอาเซียน การจัดทำความตกลงการค้าเสรีกับประเทศคู่เจรจา ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ โดยที่ประชุมขอให้ประเทศสมาชิกร่วมมือกันผลักดันการดำเนินมาตรการที่เหลือให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา อาทิ การจัดทำข้อผูกพันเปิดตลาดชุดที่ ๑๐ ภายใต้ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียนการมีผลบังคับใช้ความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดน  เป็นต้น

   

          นายธวัชชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ในการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้ให้การรับรองในหลักการของแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2025  (AEC2025 Blueprint)ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ชี้      ทิศทางการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียนในระยะ 10 ปีข้างหน้า  โดยอาเซียนจะมุ่งเน้นการรวมตัวและเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งมากขึ้น ่ปโดยเฉโกโดยเฉพาะการยกเลิก/ลดมาตรการที่มิใช่ภาษี การอำนวยความสะดวกทางการค้า การปรับประสานมาตรฐานและกฎระเบียบต่างๆ การเปิดเสรีการค้าสินค้า บริการ และการลงทุนในระดับที่สูงขึ้น การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการสร้างมูลค่าทางการค้าและยกระดับการมีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าโลกที่สูงขึ้น เสริมสร้างความเข้มแข็งการรวมตัวของสาขาภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการที่สำคัญของอาเซียน การลดช่องว่างด้านการพัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEsซึ่งเป็นผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของประเทศสมาชิกอาเซียน การให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกับภาคเอกชน รวมถึงส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้ากับทั้งประเทศคู่เจรจาและประเทศอื่นๆ ที่กว้างขึ้นและลึกซึ้งยิ่งขึ้น  โดยอาเซียนจะมีการจัดทำแผนปฏิบัติการในแต่ละด้านตามแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2025 เพื่อรองรับการดำเนินการและติดตามผลการดำเนินการต่อไป  ทั้งนี้ แผนงานฉบับนี้จะนำไปผนวกรวมกับแผนงานของอีกสองเสาประชาคมอาเซียน เพื่อเสนอให้ผู้นำอาเซียนให้การรับรองในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 27 ในเดือนพฤศจิกายน ศกนี้

         นอกจากนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้เน้นถึงความสำคัญกับการสื่อสารให้ประชาชนอาเซียนได้เข้าใจและใช้ประโยชน์จากการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยเห็นควรให้มีการจัดทำเอกสารเผยแพร่สำหรับภาคธุรกิจและคนรุ่นใหม่ โดยผ่านช่องทางสื่อสารที่ทันสมัย เช่น โซเชียลมีเดีย และยูทูป นอกเหนือจากการจัดทำเอกสาร ASEAN Integration Report (AIR) 2015 ซึ่งจะเน้นการวิเคราะห์ประเมินผลจากการดำเนินมาตรการตาม AEC Blueprint อย่างละเอียด และเอกสาร AEC Scorecard Reportซึ่งจะสรุปผลสำเร็จของการดำเนินการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน และยกตัวอย่างประสบการณ์ของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในอาเซียน โดยเอกสารทั้งสองฉบับมีกำหนดจะเปิดตัวในช่วงการประชุมผู้นำอาเซียนครั้งที่ 27

 

          นายธวัชชัยกล่าวว่าในระหว่างการประชุม  รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้หารือเพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมกับคู่เจรจา ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย แคนาดา โดยเฉพาะเรื่องการยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน และการเตรียมการสำหรับประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)ซึ่งจะเป็นความตกลงที่มีคุณภาพสูง              มีขอบเขตอย่างกว้างขวางและเพิ่มผลประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ แต่ยังคงมีหลายประเด็นที่จะต้องเจรจาเพื่อให้ได้ผลสรุปเป็นรูปธรรมโดยเร็ว 

----------------------------------------------


จำนวนผู้เข้าชม :

1062